หน้าหลัก / บทความ / column
column 2026.04.10 อ่าน 8 นาที

เปิดบัญชีธนาคารในไทยอย่างไร?|กฎการโอนเงิน QR Payment และกฎระเบียบแลกเปลี่ยนเงินตราที่ต้องรู้

คู่มือสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย: วิธีเปิดบัญชีธนาคาร กฎการโอนเงินระหว่างประเทศ การใช้ PromptPay QR Payment และกฎระเบียบแลกเปลี่ยนเงินตราที่สำคัญ อัพเดทปี 2569

นี่คือบทความที่ 8 ในซีรีส์ “ชีวิตในไทยและกฎหมาย” บทที่แล้วพูดถึงโรงเรียนของลูกและการศึกษา คราวนี้มาถึงเรื่อง “บัญชีธนาคาร การโอนเงิน และกฎระเบียบแลกเปลี่ยนเงินตรา” ในไทย การชำระเงินด้วย QR Code เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน — ตั้งแต่แผงลอยไปจนถึงร้านสะดวกซื้อ หากไม่มีบัญชีธนาคาร ชีวิตจะลำบากมาก มาทำความเข้าใจวิธีเปิดบัญชี กฎการโอนเงิน และกฎระเบียบที่ต้องรู้กัน


1. ไม่มีบัญชีธนาคารก็ลำบาก

การชำระเงินด้วย QR Code ผ่าน PromptPay กลายเป็นเรื่องปกติในไทย ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ช้อปออนไลน์ ค่าแท็กซี่ อาหารริมทาง — เกือบทุกอย่างสามารถจ่ายได้ด้วยการสแกน QR Code

หากไม่มีบัญชีธนาคารไทย ต้องเตรียมเงินสดทุกครั้งหรือใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ ค่าธรรมเนียม ATM (ประมาณ 220 บาทต่อครั้ง) ก็สะสมเป็นจำนวนมาก การเปิดบัญชีธนาคารเป็นหนึ่งในขั้นตอนแรกของการเริ่มต้นชีวิตในไทย


2. เปิดบัญชี — ธนาคารไหน? ต้องใช้อะไรบ้าง?

ชาวต่างชาติเปิดบัญชีได้

ชาวต่างชาติสามารถเปิดบัญชีธนาคารในไทยได้ แต่ การมีวีซ่าระยะยาว (Non-B, Non-O, Non-ED, LTR ฯลฯ) จะทำให้กระบวนการง่ายขึ้นมาก บางสาขารับเปิดบัญชีด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่นโยบายแตกต่างกันมากระหว่างธนาคารและแม้แต่ระหว่างสาขาของธนาคารเดียวกัน

ตั้งแต่ปี 2568 ธนาคารเข้มงวดขึ้นในการตรวจสอบตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AMLA) การถูกปฏิเสธที่สาขาหนึ่งแล้วเปิดได้ที่อีกสาขาไม่ใช่เรื่องแปลก

เอกสารที่ต้องใช้ (ทั่วไป)

เอกสารหมายเหตุ
หนังสือเดินทาง (ตัวจริง + สำเนา)เหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือน
สำเนาหน้าวีซ่ามีวีซ่าระยะยาวจะได้เปรียบ
ใบอนุญาตทำงานกรณีมีใบอนุญาตทำงาน
หนังสือรับรองที่อยู่ (Residence Certificate)ขอได้จากตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูต
เอกสารรับรองที่อยู่ในไทยสัญญาเช่า ใบเสร็จค่าสาธารณูปโภค ฯลฯ
รูปถ่ายแล้วแต่ธนาคาร
เงินฝากขั้นต่ำโดยทั่วไป 500–1,000 บาท

ลักษณะของแต่ละธนาคาร

นโยบายเฉพาะแตกต่างกันตามสาขา แต่แนวโน้มทั่วไปมีดังนี้

  • ธนาคารกสิกรไทย (KBank) — มีชื่อเสียงว่ายืดหยุ่นกับลูกค้าชาวต่างชาติ
  • ธนาคารกรุงเทพ — มีประวัติการให้บริการชาวต่างชาติมายาวนาน แต่ช่วงหลังเข้มงวดขึ้น
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา — มีบัญชีออมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติ

การเปิดบัญชีออนไลน์สำหรับชาวต่างชาติโดยทั่วไปยังทำไม่ได้ ต้องไปที่สาขาด้วยตัวเอง


3. PromptPay — ระบบชำระเงิน QR ของไทย

วิธีการทำงาน

PromptPay เป็นระบบโอนเงินและชำระเงินทันทีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้นำ เชื่อมโยงบัญชีธนาคารกับ หมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือหมายเลขหนังสือเดินทาง พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 เป็นพื้นฐานทางกฎหมาย

รายการรายละเอียด
สิ่งที่ต้องใช้ในการลงทะเบียนบัญชีธนาคารไทย + หมายเลขมือถือหรือหมายเลขหนังสือเดินทาง
โอนเงินระหว่างบุคคลฟรีสำหรับจำนวนเล็กน้อย
การชำระเงินสแกน QR Code เพื่อจ่าย
ชาวต่างชาติใช้ได้ไหมได้ หากมีบัญชีธนาคารไทย

ชาวต่างชาติก็ใช้ได้

ชาวต่างชาติที่มีบัญชีธนาคารไทยสามารถลงทะเบียน PromptPay ด้วยหมายเลขหนังสือเดินทาง ไม่ต้องใช้เลขบัตรประชาชนไทย ลงทะเบียนได้ผ่านแอปโมบายแบงค์กิ้งหรือที่สาขาธนาคาร

ควรลงทะเบียน PromptPay พร้อมกับการเปิดบัญชี จะได้เริ่มใช้ QR Payment ได้ทันที


4. รับเงินจากต่างประเทศ — ทำอย่างไร?

วิธีการโอน

วิธีลักษณะ
SWIFT (ระหว่างธนาคาร)พบมากที่สุด ต้องใช้ SWIFT Code ของธนาคารไทย เลขบัญชี และชื่อผู้รับ
บริการฟินเทค (Wise, DeeMoney ฯลฯ)มักถูกกว่าธนาคาร แต่ต้องเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจาก ธปท. เท่านั้น

สำหรับจำนวนเงินมาก การโอนผ่านธนาคารมีความปลอดภัยกว่า หากใช้บริการฟินเทค ให้ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีใบอนุญาตจาก ธปท.

FET Form — จำเป็นสำหรับการโอนตั้งแต่ USD 50,000 ขึ้นไป

เมื่อรับเงินโอนสกุลเงินต่างประเทศ เทียบเท่า USD 50,000 ขึ้นไป ในไทย ต้องขอ FET Form (Foreign Exchange Transaction Form) จากธนาคาร

รายการรายละเอียด
ต้องขอเมื่อไหร่รับเงินโอนเทียบเท่า USD 50,000 ขึ้นไป
สำคัญเป็นพิเศษสำหรับการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียม (FET เป็นเอกสารบังคับ)
ต่ำกว่า USD 50,000ใช้ Credit Advice จากธนาคารแทนได้

หากกำลังพิจารณาซื้อคอนโดมิเนียม ต้องขอ FET Form เมื่อโอนเงินค่าซื้อ จะต้องใช้เมื่อส่งเงินกลับตอนขายด้วย (ดูรายละเอียดที่ ตอนที่ 3: ชาวต่างชาติซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้ไหม?)

กฎระเบียบใหม่ของ ธปท. — ตรวจสอบเอกสารสำหรับ USD 200,000 ขึ้นไป

ธปท. ออกหนังสือเวียน No. 8434/2568 (ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2568) เพิ่มความเข้มงวดของกฎระเบียบการโอนเงิน

การเปลี่ยนแปลงรายละเอียด
ขอบเขตเงินโอนเข้าจากต่างประเทศ เทียบเท่า USD 200,000 ขึ้นไป
ข้อกำหนดใหม่ธนาคารต้อง ตรวจสอบเอกสารยืนยันแหล่งที่มาของเงิน
ก่อนหน้านี้แค่แจ้งปากเปล่าเรื่องแหล่งที่มาก็พอ
เข้มงวดเป็นพิเศษสำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทย สินทรัพย์ดิจิทัล/คริปโตเคอร์เรนซี การโอนทุนอื่นๆ

หากโอนเงินจำนวนมากมาไทย เช่น เงินเกษียณ เงินจากการขายอสังหาริมทรัพย์ เงินลงทุน ต้องเตรียม เอกสารพิสูจน์แหล่งที่มาของเงิน (หนังสือรับรองการทำงาน หนังสือรับรองการเกษียณ สัญญาซื้อขาย ฯลฯ)


5. ส่งเงินออกจากไทย — ต้องระบุวัตถุประสงค์

การโอนต้องมีเหตุผล

การโอนเงินออกจากไทยอยู่ภายใต้กฎระเบียบตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485

จำนวนเงินกฎ
การโอนตามปกติต้องระบุวัตถุประสงค์ (ค่าการศึกษา ค่ารักษาพยาบาล ค่าครองชีพ ฯลฯ)
เทียบเท่า USD 50,000 ขึ้นไปต่อวันธนาคารตรวจสอบเอกสารประกอบ
การโอนจำนวนมากไม่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนธนาคารอาจปฏิเสธ

กรณี “จะกลับประเทศ อยากโอนเงินที่เหลือในบัญชีกลับญี่ปุ่น” ต้องมีเอกสารพิสูจน์วัตถุประสงค์ (หนังสือรับรองการทำงาน หนังสือลาออก ฯลฯ) ควรเตรียมไว้ก่อนกลับ

การรายงานอัตโนมัติตาม AMLA

ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะถูก รายงานอัตโนมัติ จากสถาบันการเงินไปยัง ปปง. ธุรกรรมที่น่าสงสัยจะถูกรายงานโดยไม่จำกัดจำนวนเงิน

นี่ไม่ได้หมายความว่าธุรกรรมถูกมองว่าเป็นอาชญากรรม — เป็นหน้าที่รายงานตามกฎหมาย การโอนเงินที่มีวัตถุประสงค์ถูกต้องไม่มีปัญหาใดๆ


6. การนำเงินสดเข้าประเทศก็มีกฎ

หากนำ เงินสดสกุลเงินต่างประเทศรวมเทียบเท่า USD 20,000 ขึ้นไป เข้าไทย ต้องแจ้งศุลกากร กฎเดียวกันใช้เมื่อออกจากประเทศ

จำนวนข้อกำหนด
ต่ำกว่า USD 20,000ไม่ต้องแจ้ง
USD 20,000 ขึ้นไปต้องแจ้งศุลกากร
ไม่ปฏิบัติตามเสี่ยงต่อการยึด ปรับ และโทษทางอาญา

หากนำหลายสกุลเงิน ให้แปลงเป็น USD ตามอัตรา ธปท. แล้วรวมกัน


7. ความหมายทางกฎหมายของการมีบัญชีธนาคารไทย

เงื่อนไขการต่อวีซ่า

การต่ออายุวีซ่า O-A (เกษียณอายุ) ต้องมียอดเงินในบัญชีธนาคารไทย อย่างน้อย 800,000 บาท (หรือรายได้ต่อเดือนอย่างน้อย 65,000 บาท) ต้องฝากไว้อย่างน้อย 2 เดือนก่อนยื่นคำขอ และต้องรักษายอด 800,000 บาทไว้ 3 เดือนหลังได้วีซ่า

CRS — ข้อมูลบัญชีถูกแชร์กับหน่วยงานภาษีญี่ปุ่น

ไทยเข้าร่วม CRS (Common Reporting Standard) และเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีการเงินอัตโนมัติตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งหมายความว่าข้อมูลบัญชีธนาคารไทยของคุณจะถูกแชร์กับหน่วยงานภาษีของญี่ปุ่น

หากมีเงินจำนวนมากในบัญชีไทยหรือมีรายได้จากต่างประเทศ ต้องยื่นแบบภาษีอย่างถูกต้องทั้งในญี่ปุ่นและไทย (ดูรายละเอียดที่ ตอนที่ 4: ต้องยื่นแบบภาษีในไทยด้วยหรือ?)


8. สรุป — 3 ประเด็นสำคัญ

ประเด็นรายละเอียด
① มีวีซ่าระยะยาวก็เปิดบัญชีได้นโยบายแตกต่างกันตามสาขา — ถูกปฏิเสธที่หนึ่ง ลองอีกสาขา
② การโอนเงินจำนวนมากมีกฎUSD 50,000 ขึ้นไปต้องใช้ FET Form; USD 200,000 ขึ้นไป ธปท. กำหนดตรวจสอบเอกสาร
③ CRS แชร์ข้อมูลบัญชีไทยกับญี่ปุ่นหน่วยงานภาษีญี่ปุ่นเห็นข้อมูลบัญชีไทยของคุณ ยื่นภาษีให้ถูกต้องทั้งสองประเทศ

สภาพแวดล้อมทางการเงินของไทยสะดวกมากด้วย QR Payment ที่แพร่หลาย ขณะเดียวกัน กฎระเบียบการแลกเปลี่ยนเงินตราและการป้องกันการฟอกเงินทำให้การเคลื่อนย้ายเงินจำนวนมากมีกฎที่ต้องปฏิบัติตาม การเข้าใจกฎเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้จัดการการเงินในไทยได้อย่างมั่นใจ


บทความที่เกี่ยวข้อง


บทความนี้อิงข้อมูลทั่วไป ณ เดือนเมษายน พ.ศ. 2569 เงื่อนไขการเปิดบัญชีธนาคารและกฎระเบียบการโอนเงินแตกต่างกันตามธนาคารและสถานการณ์ กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่สาขาธนาคารหรือเว็บไซต์ทางการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับระบบกฎหมายของประเทศไทย และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายภายใต้กฎหมายไทย สำหรับกรณีเฉพาะ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตทนายความไทย สำนักงานของเราทำงานร่วมกับทนายความชาวไทยของ JTJB International Lawyers

← บทความ
— Get in touch —

เกี่ยวกับเนื้อหาบทความ
โปรดปรึกษาเรา

สำหรับคำปรึกษาเฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อในบทความ กรุณาติดต่อเราผ่านแบบฟอร์ม เราจะตอบกลับภายใน 3 วันทำการ ข้อมูลทุกประการจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ

แบบฟอร์มติดต่อ
Responseภายใน 3 วันทำการ
Hoursจ–ศ 9:00–18:00 (เวลากรุงเทพฯ)
Languagesญี่ปุ่น · อังกฤษ · ไทย
Privacyเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด